เซเลนสกียินดี เจรจาสันติภาพคืบหน้า แต่ย้ำปัญหาหลักคือเรื่องดินแดน
เซเลนสกี ผู้นำยูเครนกล่าวยินดีกับความคืบหน้าในการเจรจาแผนสันติภาพเพื่อยุติสงครามในยูเครน แต่ย้ำว่า ปัญหาหลักยังคงเป็นเรื่องดินแดนยูเครนที่ถูกรัสเซียยึดครอง
เมื่อวันจันทร์ที่ 24 พ.ย. 2568 นายโวโลดีเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน ออกมาแสดงความยินดีต่อ “ความคืบหน้าสำคัญ” ที่เกิดขึ้นระหว่างการเจรจาสันติภาพกับสหรัฐฯ ที่นครเจนีวา แต่เตือนด้วยว่า ปัญหาหลักยังคงเป็นข้อเรียกร้องของวลาดิมีร์ ปูติน ที่ต้องการให้รับรองทางกฎหมายต่อดินแดนทางตะวันออกที่รัสเซียยึดไปจากยูเครน
หลังจากที่เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ และยูเครนประชุมกันที่สวิตเซอร์แลนด์เมื่อวันอาทิตย์เพื่อหารือเกี่ยวกับการยุติสงครามกับรัสเซีย เจ้าหน้าที่จากทั้งสองฝ่ายรายงานว่ามี “ความคืบหน้า” และตั้งใจที่จะทำงานร่วมกันต่อไป
แต่จนถึงตอนนี้ยังไม่มีการเปิดเผยว่า แต่ละฝ่ายเชื่อมความเห็นที่แตกแยกระหว่างรัสเซียกับยูเครนในเรื่องดินแดนกับการรับประกันความมั่นคงให้ยูเครนอย่างไร ท่ามกลางความคาดหมายว่า นายเซเลนสกีจะพบกับ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เพื่อหารือประเด็นที่เป็นข้อพิพาท แต่ก็ไม่มีการยืนยันว่าการพบกันจะเกิดขึ้นเมื่อใด
คำถามเรื่องบูรณาภาพแห่งดินแดนเป็นประเด็นสำคัญที่รัสเซียกับยูเครนแตกแยกกันมากเป็นพิเศษ โดยนายเซเลนสกีกล่าวย้ำมาตลอดว่า รัสเซียไม่ควรได้รับดินแดนที่ยึดมาด้วยกำลังเป็นรางวัลจากการรุกราน เพราะการทำเช่นนั้นจะเป็นการสร้างกรณีตัวอย่างที่อันตรายขึ้นมา
ทั้งนี้ หลังจากการเจรจาที่เจนีวาสิ้นสุดลง นายทรัมป์บอกใบ้ผ่านโซเชียลมีเดียว่า “บางสิ่งที่ดีงามอาจกำลังจะเกิดขึ้น” แต่ย้ำว่า “อย่าเพิ่งเชื่อจนกว่าคุณจะได้เห็นเอง”
ตัวแทนของรัสเซียไม่ได้เข้าร่วมการประชุมที่สวิตเซอร์แลนด์ และรัฐบาลเครมลินก็ระบุว่า พวกเขาไม่ได้รับข้อมูลใด ๆ เกี่ยวกับผลลัพธ์ของการหารือ แต่นายดีมิทรี เปสคอฟ โฆษกรัฐบาลรัสเซียกล่าวว่า พวกเขาทราบว่ามีการ “ปรับเปลี่ยน” แผนที่เดิมที่นายปูตินเคยให้การยอมรับ
อนึ่ง สื่อหลายสำนักระบุว่า แผนสันติภาพ 28 ข้อที่กำลังมีการเจรจาอยู่ตอนนี้นั้น ร่างโดยเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ และรัสเซียในเดือนตุลาคม และถูกนำเสนอต่อยูเครนเมื่อสัปดาห์ก่อน โดยที่องค์ประกอบหลายอย่างของแผนดูเหมือนจะมุ่งเน้นไปที่เงื่อนไขที่ฝ่ายมอสโกเรียกร้องมาเป็นเวลานาน ทำให้เกิดความกังวลในยูเครนและยุโรป
ในขณะที่เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ กับยูเครนต่างระบุว่ามีความคืบหน้าในเรื่องแผนการสันติภาพ แต่ผู้นำยุโรประมัดระวังท่าทีมากกว่านั้น โดยนาย โดนัลด์ ทุสก์ นายกรัฐมนตรีโปแลนด์กล่าวว่า “ผมไม่แน่ใจว่าเราเข้าใกล้สันติภาพมากขึ้นหรือไม่” ขณะที่นายฟรีดริช แมร์ซ นายกรัฐมนตรีเยอรมนีกล่าวว่าการหารือจะเป็น “กระบวนการที่ยืดเยื้อและยาวนาน”
มีรายงานว่า สหราชอาณาจักร, ฝรั่งเศส และ เยอรมนีได้ร่างแผนสันติภาพในยูเครนตอบโต้กับแผนของสหรัฐฯ ซึ่งตัดเรื่องการยอมรับดินแดนที่รัสเซียยึดไป ขณะที่เพิ่มขนาดกองทัพที่ยูเครนได้รับอนุญาตให้มีได้ และเปิดทางให้ยูเครนเข้าร่วมเป็นสมาชิกองค์กรสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ หรือ นาโต ได้
อย่างไรก็ตาม นายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศของสหรัฐฯ กล่าวว่า เขาไม่ทราบเรื่องแผนดังกล่าว ส่วนนาย ยูริ อูชาคอฟ ที่ปรึกษาฝ่ายนโยบายต่างประเทศของรัฐบาลเครมลินก็ออกมาปฏิเสธแผนดังกล่าว โดยระบุว่า เป็นสิ่งที่ไม่สร้างสรรค์อย่างสิ้นเชิง
แผนสันติภาพ 28 ข้อยังกำหนดให้ยูเครนถอนทหารออกจากดินแดนที่พวกเขายังคงควบคุมอยู่ในแคว้นโดเนตสก์ โดยจะกำหนดให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นเขตกันชนปลอดทหารที่เป็นกลาง และได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติว่าเป็นดินแดนที่เป็นของสหพันธรัฐรัสเซีย
ข้อกำหนดเหล่านี้ก็เป็นสิ่งที่ยูเครนยอมรับได้ยากเช่นกัน โดยเคียฟกับพันธมิตรยุโรปต่างระมัดระวังไม่ให้การยุติข้อพิพาทใดๆ เป็นอันตรายต่อหลักการของบูรณภาพแห่งดินแดนและอธิปไตย นอกจากนั้นนายเซเลนสกีได้เตือนย้ำหลายครั้งว่าการยอมยกดอนบาสจะทำให้ยูเครนเสี่ยงต่อการถูกรัสเซียโจมตีในอนาคต