อ่านเกม “ภูมิใจไทย” วางตัวแคนดิเดต “เอกนิติ-ศุภจี” อัปเกรดภาพลักษณ์พรรคภูธร
อ่านเกม “ภูมิใจไทย” วางตัวแคนดิเดต “เอกนิติ-ศุภจี” นักวิชาการมอง หวังอัปเกรดภาพลักษณ์พรรคภูธร คาดเลือกตั้ง 2569 ได้ สส.เกิน 150 ที่นั่ง ชิงดำพรรคประชาชน
จากกรณีที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว ยืนยันว่า แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทย มีทั้ง 3 คน ประกอบด้วย ตนเอง, นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รมว.คลัง และนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์

นายอนุทิน เผยว่า ตอนนี้พูดได้เต็มปากว่านายเอกนิติและนางศุภจีจะมาเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทยก็ได้ ซึ่งทั้งสองคนตนมองว่า เป็นคนทำงาน และตอนที่เชิญมาร่วมงานก็อาจจะต้องใช้เวลาในการปรับตัว ซึ่งเวลามีน้อย แต่จากที่รัฐมนตรีหลายคนที่เข้ามาทำงาน ทั้งคนนอกและคนใน ต้องบอกว่า เก๋าเกม เมื่อเข้ามาก็สามารถทำงานได้เลย เป็นนักบริหารมืออาชีพ และเมื่อได้รับการมอบหมายงานก็ทำงานอย่างเต็มที่
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า สามารถพูดได้หรือไม่ว่าขณะนี้พรรคภูมิใจไทยมีแคนดิเดตนายกฯ พลัส นายอนุทินหัวเราะพร้อมกล่าว เราได้คนที่เก่งๆ คนที่ดีมาทำงานให้บ้านเมือง เราก็สบาย ประเทศก็ดี ประชาชนก็ดีขึ้น เศรษฐกิจดีขึ้น คุณภาพชีวิตดีขึ้น ได้คนที่เข้าใจคนที่มีประสบการณ์มากเข้ามาทำงาน แล้วเราจะไปมัวหวงอำนาจทำไมมากมาย ไม่ได้หรอก ส่วนจะนำทั้งสองคนมาเป็น สส.บัญชีรายชื่อของพรรคหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ก็เป็นไปได้

หวังอัปเกรดภาพลักษณ์-คะแนนปาร์ตี้ลิสต์
ดร.สติธร ธนานิธิโชติ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วิเคราะห์ถึงการเดินเกมของพรรคภูมิใจไทยในครั้งนี้ว่าคงไม่ได้จะรีบยุบสภา แต่แสดงให้เห็นว่าพรรคมีความพร้อม ซึ่งตนมองว่าตัวพรรคอยากสร้างการยอมรับ ซึ่งอาจช่วยให้พรรคได้คะแนนปาร์ตี้ลิสต์เพิ่มได้บ้าง เนื่องจากตัวพรรคภูมิใจไทยเองก็กังวล ว่าจะไม่ได้คะแนนเสียงจากปาร์ตี้ลิสต์เยอะ
“จริงๆ พรรคภูมิใจไทยไม่จำเป็นต้องได้คะแนนปาร์ตี้ลิสต์เยอะก็ได้ เนื่องจาก สส.เขตคาดว่าได้คะแนนเยอะแน่ๆ แต่ต่อให้ชนะในเขต แล้วรวมคะแนนเป็นอันดับหนึ่ง แต่คะแนนปาร์ตี้ลิสต์น้อยเกินไป ก็น่าเกลียด ดูไม่สมศักดิ์ศรี”
ในกรณีรีบเปิดตัวแคนดิเดตก่อนพรรคอื่นๆ จะมีส่วนได้เปรียบหรือเสียเปรียบทางการเมืองอย่างไร ทาง ดร.สติธร กล่าวว่า ในกรณีพรรคภูมิใจไทย ตนมองว่าเป็นการได้เปรียบ เพราะไม่ต้องรอเซอร์ไพรส์ ถือเป็นการข่มคู่แข่งไปก่อน ถือเป็นการหงายไพ่ให้ดู คู่แข่งจะได้เปิดมาชน เพราะในมุมของพรรคภูมิใจไทย ก็คงจะอยากเห็นหน้าไพ่ของพรรคอื่นๆ เช่นกัน อย่างไรก็ดีการเปิดตัวแคนดิเดตพรรคเร็วก็มีข้อเสียเช่นกัน หากสองท่านนี้เกิดทำงานผิดพลาดและถูกสังคมวิพากษ์วิจารณ์ หากจะเปลี่ยนแคนดิเดตภายหลังก็จะดูไม่ดี
ดร.สติธร วิเคราะห์แคนดิเดตพรรคภูมิใจไทยรายบุคคลว่า ทั้งนายเอกนิติ และนางศุภจี มาจาก 2 ทาง คนหนึ่งมาจากภาครัฐ อีกคนจากภาคธุรกิจ และคนหนึ่งอยู่การคลัง ส่วนอีกคนหนึ่งคือการค้า ซึ่งโปรไฟล์ทั้งสองคนนี้จะไปเสริมภาพลักษณ์ของพรรค ที่มีภาพเป็น สส.บ้านใหญ่ สไตล์ใจถึงพึ่งได้
“ปัจจุบันภาพลักษณ์ของพรรคภูมิใจไทย ถูกคนนอกมองว่า “สส.ภูธร” เพราะฉะนั้นตอนพรรคเอารัฐมนตรีคนนอกเข้ามา กระแสตอบรับไปในทิศทางที่ดี แบบนี้จึงอาจจะพอช่วยเรียกคะแนนปาร์ตี้ลิสต์เพิ่มได้บ้าง เพราะพรรคก็กังวลว่าจะไม่ได้ปาร์ตี้ลิสต์เหมือนที่ผ่านๆ มา”

ดร.สติธร ธนานิธิโชติ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ภูมิใจไทย vs ประชาชน
สำหรับทิศทางการการเลือกตั้งในครั้งหน้า ดร.สติธร มองว่า หลังจากนี้จะเป็นศึกชิงกันระหว่างพรรคประชาชนและพรรคภูมิใจไทย และทางภูมิใจไทยกำลังทำทุกวิถีทางในการกำจัดทุกเงื่อนไขเพื่อขึ้นเป็นพรรคอันดับหนึ่ง มองว่าพรรคภูมิใจไทยยังคงเป็นต่อพรรคประชาชนในแง่การต่อรองจัดตั้งรัฐบาล แต่หากมีคะแนนมาเป็นอันดับ 2 แต่ตั้งรัฐบาลแข่ง ก็อาจไม่สง่างามมากนัก จากนี้เชื่อว่าทุกคนจะเห็นเกมหนักของภูมิใจไทยแน่นอน ต้องวัดใจประชาชนด้วยว่าชอบแบบไหน โดยคาดว่า ภูมิใจไทย จะได้ สส. ถึง 150 คน